TH

|

EN

10 วิธีลดเสี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรม

10 วิธีลดเสี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรม

เมษายน 23, 2561 |
โพสโดย : maxi |

10 วิธีลดเสี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรม 

          สังคมในปัจจุบันหนุ่มสาววัยทำงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานตลอดเวลาจนแทบไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือความเครียดจากการทำงานที่ต้องเร่งรีบให้ทันท่วงที สิ่งเหล่านี้เองที่ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ  ทั้ง หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ หรือที่เรียกว่า “โรคออฟฟิศซินโดรม”

          จากการสำรวจพนักงานหนุ่มสาวออฟฟิศในปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่ต้องปรึกษาแพทย์ด้วยอาการปวดหลัง รองลงมามีอาการปวดบริเวณคอ ไหล่ และปวดศีรษะตามลำดับ ประกอบกับความเร่งรีบของสังคมเมืองและความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี หนุ่มสาวออฟฟิศมักชอบทำงานกับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นประจำ แถมยังต้องแข่งขันในเรื่องของการทำงานกันมากขึ้น หลายคนต้องทำงานหนักเพื่อให้มีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย ซึ่งเมื่อทำงานหนักมากขึ้นอาจส่งผลให้เป็น โรคติดงาน (Workaholic)  หรือโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า “โรคบ้างาน” นั่นเอง

 

วันนี้เรา มี 10 วิธีลดเสี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรมมาฝากกัน ดังนี้

1.ไม่ใช้เก้าอี้สปริงที่เอนได้ เพราะไม่มีการรองรับหลังเท่าที่ควร ควรเก้าอี้และโต๊ะที่ได้ระดับ และมีหมอนหนุนหลัง

2.กึ่งกลางจอคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในระดับสายตา แป้นคีย์บอร์ดอยู่ในระดับข้อศอก ข้อมือ จะได้ไม่ต้องยกแขนขึ้นมาพิมพ์

3.นั่งเก้าอี้ให้เต็มก้น หลังตรงชิดขอบด้านในเก้าอี้ กะพริบตาบ่อยๆ พักสายตาทุก10นาที เปลี่ยนท่าการทำงานทุก 20 นาที ยืดเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุก 1 ชั่วโมง

4.ปรับพนักพิงให้รองรับกับหลังส่วนล่าง ถ้าทำไม่ได้ให้ใช้หมอนหนุน ตั้งจอคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดในแนวตรงกับหน้า ใช้เมาส์โดยพักข้อศอกบนที่รองแขน

5.หาต้นไม้ในร่มมาปลูก ช่วยดูดซับสารพิษและเป็นที่พักสายตา

6.หมั่นออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3ครั้งๆ ละไม่ต่ำกว่า 30 นาที

7.กินอาหาร 5หมู่ให้ตรงเวลา

8.ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

9.เปิดหน้าต่างสำนักงาน เพื่อให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเท อย่างน้อยตอนเช้าและตอนพักกลางวัน

10.ปรับอารมณ์ พยายามไม่เครียด ผ่อนคลาย หรือไปเดินเล่นสัก 10 นาที

10 วิธีลดเสี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรม 

          สังคมในปัจจุบันหนุ่มสาววัยทำงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานตลอดเวลาจนแทบไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือความเครียดจากการทำงานที่ต้องเร่งรีบให้ทันท่วงที สิ่งเหล่านี้เองที่ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ  ทั้ง หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ หรือที่เรียกว่า “โรคออฟฟิศซินโดรม”

          จากการสำรวจพนักงานหนุ่มสาวออฟฟิศในปัจจุบันพบว่า ส่วนใหญ่ต้องปรึกษาแพทย์ด้วยอาการปวดหลัง รองลงมามีอาการปวดบริเวณคอ ไหล่ และปวดศีรษะตามลำดับ ประกอบกับความเร่งรีบของสังคมเมืองและความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี หนุ่มสาวออฟฟิศมักชอบทำงานกับคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นประจำ แถมยังต้องแข่งขันในเรื่องของการทำงานกันมากขึ้น หลายคนต้องทำงานหนักเพื่อให้มีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย ซึ่งเมื่อทำงานหนักมากขึ้นอาจส่งผลให้เป็น โรคติดงาน (Workaholic)  หรือโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า “โรคบ้างาน” นั่นเอง

 

วันนี้เรา มี 10 วิธีลดเสี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรมมาฝากกัน ดังนี้

1.ไม่ใช้เก้าอี้สปริงที่เอนได้ เพราะไม่มีการรองรับหลังเท่าที่ควร ควรเก้าอี้และโต๊ะที่ได้ระดับ และมีหมอนหนุนหลัง

2.กึ่งกลางจอคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในระดับสายตา แป้นคีย์บอร์ดอยู่ในระดับข้อศอก ข้อมือ จะได้ไม่ต้องยกแขนขึ้นมาพิมพ์

3.นั่งเก้าอี้ให้เต็มก้น หลังตรงชิดขอบด้านในเก้าอี้ กะพริบตาบ่อยๆ พักสายตาทุก10นาที เปลี่ยนท่าการทำงานทุก 20 นาที ยืดเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุก 1 ชั่วโมง

4.ปรับพนักพิงให้รองรับกับหลังส่วนล่าง ถ้าทำไม่ได้ให้ใช้หมอนหนุน ตั้งจอคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดในแนวตรงกับหน้า ใช้เมาส์โดยพักข้อศอกบนที่รองแขน

5.หาต้นไม้ในร่มมาปลูก ช่วยดูดซับสารพิษและเป็นที่พักสายตา

6.หมั่นออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3ครั้งๆ ละไม่ต่ำกว่า 30 นาที

7.กินอาหาร 5หมู่ให้ตรงเวลา

8.ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

9.เปิดหน้าต่างสำนักงาน เพื่อให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเท อย่างน้อยตอนเช้าและตอนพักกลางวัน

10.ปรับอารมณ์ พยายามไม่เครียด ผ่อนคลาย หรือไปเดินเล่นสัก 10 นาที

SHARE

5 อาหารคลีน เมนูสุดฮิตเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก 5 อาหารคลีน เมนูสุดฮิตเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ช่วงนี้ กระแสของการรับประทาน อาหารคลีนจะไม่ได้นิยมกระฉ่อนเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ก็นับว่าเป็นเทรนด์สำคัญสำหรับคนที่รักสุภาพ อยากดูแลรูปร่างให้ดูดี เพราะการออกกำลังกายอาจไม่ใช่ทางออกเดียวที่จะทำให้เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ประสบความสำเร็จ แต่อาหารก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะออกกำลังกายอย่างหนักแต่หากไม่รับประทานอย่างระมัดระวังก็จะต้องกลับไปอ้วนเหมือนเดิม วันนี้เราก็มีเมนูอาหารคลีนที่น่าสนใจรสชาติอร่อยมาฝากให้ไปลองทำกัน ลองหาชิมดู เอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้การควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เมื่อมีกิจวัตรที่ดี การรับประทานที่ดี แน่นอนว่าสุขภาพที่ดีจะต้องตามมาไม่ช้าก็เร็ว

ช่วงนี้ กระแสของการรับประทาน อาหารคลีนจะไม่ได้นิยมกระฉ่อนเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ก็นับว่าเป็นเทรนด์สำคัญสำหรับคนที่รักสุภาพ อยากดูแลรูปร่างให้ดูดี

อ่านต่อ

วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.9-วันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.9-วันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ

สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช-วันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ

สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช-วันชาติ-วันพ่อแห่งชาติ

อ่านต่อ

รู้ทัน ‘มะเร็ง’ ยอดฮิต สำหรับพนักงานออฟฟิศ รู้ทัน ‘มะเร็ง’ ยอดฮิต สำหรับพนักงานออฟฟิศ

“มะเร็ง” เป็นโรคร้ายที่ได้ชื่อว่าคร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก และเป็นสาเหตุการตายสูงสุดอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา โรคร้ายดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วย ยังนำความทุกข์ทรมานใจมาสู่คนรอบข้างอีกด้วย สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และเพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที

“มะเร็ง” เป็นโรคร้ายที่ได้ชื่อว่าคร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก และเป็นสาเหตุการตายสูงสุดอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา โรคร้ายดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้ป่วย ยังนำความทุกข์ทรมานใจมาสู่คนรอบข้างอีกด้วย สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และเพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที

อ่านต่อ