TH

|

EN

หัวเราะบำบัด “สร้างสุขภาพกาย เสริมสุขภาพใจ”

หัวเราะบำบัด “สร้างสุขภาพกาย เสริมสุขภาพใจ”

เมษายน 23, 2561 |
โพสโดย : maxi |

หัวเราะบำบัด  “สร้างสุขภาพกาย เสริมสุขภาพใจ”

การหัวเราะมี 2 ประเภท คือ การหัวเราะแบบธรรมชาติ และ การหัวเราะแบบบำบัด ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้มีความแตกต่างกัน การหัวเราะโดยธรรมชาติต้องมีสิ่งเร้าให้เกิดอารมณ์ขัน เช่น การฟังเรื่องตลก ได้เห็นเรื่องแปลกประหลาดที่คาดไม่ถึง ฯลฯ แต่การหัวเราะบำบัดเป็นการทำให้ตัวเราหัวเราะได้เองโดยไม่มีสิ่งมากระตุ้นอารมณ์ขัน นั่นคือเราต้องหัวเราะอย่างรู้สึกตัวและเป็นผู้กระทำให้การหัวเราะดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

การหัวเราะบำบัดถือเป็นการออกกำลังกายแบบหนึ่งที่เน้นให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานขับเคลื่อนไปได้ตามปกติ ซึ่งต้องฝึกการหายใจให้ถูกต้องไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ก็จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ขับเคลื่อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้การหัวเราะบำบัดที่ถูกต้องได้ผลดีกว่าการออกกำลังกายทั่วไป โดยผลการศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่า การออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงต่อวัน เท่ากับการหัวเราะ 5 นาที และถ้าออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ 10 นาที เท่ากับการหัวเราะ 1 นาที เห็นได้ว่าการหัวเราะมีอัตราการเผาผลาญดีมาก หากหัวเราะอย่างต่อเนื่องก็จะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ

ผลที่ได้จากการฝึกหัวเราะบำบัด

1.ระบบหายใจการหายใจเข้าออก การกลั้นหายใจ และการหัวเราะในระหว่างฝึกจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนถ่ายออกซิเจนในร่างกายและฟอกเลือดให้สะอาด จากเลือดดำกลายเป็นเลือดแดง ส่งผลให้เซลล์ประสาท หัวใจ ปอดแข็งแรง รวมทั้งช่วยขับของเสียเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไซนัส กรน  ภูมิแพ้ หอบหืด โรคปอด โรคหัวใจ ฯลฯ ได้ดีขึ้น

2.ระบบไหลเวียนโลหิตการหัวเราะบำบัดเป็นการออกกำลังกายแทบทุกส่วนของร่างกายทำให้อวัยวะได้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายช่วยบริหารอวัยวะส่วนท้องให้เกิดการเคลื่อนไหว อาทิ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ ไต ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานดีขึ้น

4. ระบบทำงานของต่อมไร้ท่อช่วยให้เซลล์ประสาททุกส่วนได้ขยับ ทำให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานเป็นปกติ ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา ทำให้อารมณ์ดีและมีความคิดสร้างสรรค์

5.ระบบพักผ่อนและผิวพรรณช่วยผ่อนคลายความเครียดที่สะสมมานาน ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ามีความยืดหยุ่น ไม่แข็งตึงหรือเกร็งเกินไป ร่างกายผ่อนคลายทำให้นอนหลับสนิท ส่งผลให้ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่น และจิตใจสงบ มีสมาธิ

6.ระบบเจริญพันธุ์ทำให้ร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหว ส่งผลให้สมองส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนในทำงานอย่างเป็นระบบ และยังช่วยพัฒนาอารมณ์รักและการมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

7.ระบบภูมิคุ้มกันช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท กระดูก กล้ามเนื้อให้ทำงานเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง

หัวเราะบำบัด  “สร้างสุขภาพกาย เสริมสุขภาพใจ”

การหัวเราะมี 2 ประเภท คือ การหัวเราะแบบธรรมชาติ และ การหัวเราะแบบบำบัด ซึ่งทั้ง 2 วิธีนี้มีความแตกต่างกัน การหัวเราะโดยธรรมชาติต้องมีสิ่งเร้าให้เกิดอารมณ์ขัน เช่น การฟังเรื่องตลก ได้เห็นเรื่องแปลกประหลาดที่คาดไม่ถึง ฯลฯ แต่การหัวเราะบำบัดเป็นการทำให้ตัวเราหัวเราะได้เองโดยไม่มีสิ่งมากระตุ้นอารมณ์ขัน นั่นคือเราต้องหัวเราะอย่างรู้สึกตัวและเป็นผู้กระทำให้การหัวเราะดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

การหัวเราะบำบัดถือเป็นการออกกำลังกายแบบหนึ่งที่เน้นให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานขับเคลื่อนไปได้ตามปกติ ซึ่งต้องฝึกการหายใจให้ถูกต้องไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ก็จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ขับเคลื่อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้การหัวเราะบำบัดที่ถูกต้องได้ผลดีกว่าการออกกำลังกายทั่วไป โดยผลการศึกษาวิจัยในต่างประเทศพบว่า การออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงต่อวัน เท่ากับการหัวเราะ 5 นาที และถ้าออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ 10 นาที เท่ากับการหัวเราะ 1 นาที เห็นได้ว่าการหัวเราะมีอัตราการเผาผลาญดีมาก หากหัวเราะอย่างต่อเนื่องก็จะยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ

ผลที่ได้จากการฝึกหัวเราะบำบัด

1.ระบบหายใจการหายใจเข้าออก การกลั้นหายใจ และการหัวเราะในระหว่างฝึกจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนถ่ายออกซิเจนในร่างกายและฟอกเลือดให้สะอาด จากเลือดดำกลายเป็นเลือดแดง ส่งผลให้เซลล์ประสาท หัวใจ ปอดแข็งแรง รวมทั้งช่วยขับของเสียเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไซนัส กรน  ภูมิแพ้ หอบหืด โรคปอด โรคหัวใจ ฯลฯ ได้ดีขึ้น

2.ระบบไหลเวียนโลหิตการหัวเราะบำบัดเป็นการออกกำลังกายแทบทุกส่วนของร่างกายทำให้อวัยวะได้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะ ช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายช่วยบริหารอวัยวะส่วนท้องให้เกิดการเคลื่อนไหว อาทิ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ ไต ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานดีขึ้น

4. ระบบทำงานของต่อมไร้ท่อช่วยให้เซลล์ประสาททุกส่วนได้ขยับ ทำให้ระบบต่อมไร้ท่อทำงานเป็นปกติ ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมา ทำให้อารมณ์ดีและมีความคิดสร้างสรรค์

5.ระบบพักผ่อนและผิวพรรณช่วยผ่อนคลายความเครียดที่สะสมมานาน ทำให้เส้นประสาท กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ามีความยืดหยุ่น ไม่แข็งตึงหรือเกร็งเกินไป ร่างกายผ่อนคลายทำให้นอนหลับสนิท ส่งผลให้ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่น และจิตใจสงบ มีสมาธิ

6.ระบบเจริญพันธุ์ทำให้ร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหว ส่งผลให้สมองส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนในทำงานอย่างเป็นระบบ และยังช่วยพัฒนาอารมณ์รักและการมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

7.ระบบภูมิคุ้มกันช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท กระดูก กล้ามเนื้อให้ทำงานเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และช่วยทำลายสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็ง

SHARE