พร้อมทำความรู้จัก  เกียร์อัตโนมัติ  ยุคใหม่ กันหรือยัง?

รถรุ่นใหม่ที่จำหน่ายในอเมริกา แม้แต่ในประเทศไทยส่วนใหญ่ผู้ซื้อมักจะเลือกรุ่นเกียร์อัตโนมัติ เมื่อเทียบอัตราส่วนออกมาจะสูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนรถที่ขายทั้งหมดในรอบปีที่ผ่านมา คุณจะได้รับทราบการประกาศ จากสื่อหรือทางใดทางหนึ่ง ถึงการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของเทคโนโลยีด้วยคำศัพท์ใหม่ๆ ของระบบเกียร์อัตโนมัติ ในรถรุ่นใหม่ เช่น “CVT”และ  “DCT”  ซึ่งหลายท่านอาจสงสัยว่าอักษรย่อเหล่านี้มันหมายถึงอะไร? มันแตกต่างกันอย่างไร และมันมีผลอะไรกับคุณในฐานะผู้ขับ

 

ด้วยว่าเกียร์อัตโนมัติเป็นอุปกรณ์ในระบบส่งกำลังที่มีส่วนประกอบจำนวนมาก และความซับซ้อนในการทำงานยากแก่การอธิบายตรงนี้ได้ แต่ก่อนที่จะอธิบายถึงเกียร์อัตโนมัติแบบใหม่ ทางเราขออธิบายถึงหลักการทำงานเบื้องต้นของเกียร์อัตโนมัติแบบเริ่มแรกซึ่งเริ่มในรถอเมริกันราวปี 1940 ซึ่งยังไม่ซับซ้อนมาก

เกียร์อัตโนมัติรุ่นบุกเบิกจะทำงานในการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ด้วยแรงดันของไฮดรอลิคเป็นพื้นฐาน ซึ่งตัวกลางของการส่งแรงดันคือน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ ATF (Automatic Transmission Fluid) การเปลี่ยนอัตราทดหรือเกียร์เรโช (gear ratio) แพลเนททารี่เกียร์ (Planetary Gear) เป็นชุดของเฟืองเกียร์สามส่วนที่มาประกอบกัน  คือเฟืองซัน(Sun gear) เฟืองวงแหวน (Ring gear) เฟืองบริวาร (Planet gear) โดยเฟืองซันจะอยู่ตรงกลางและมีเฟืองบริวารมี 3 – 4 อัน หรือแล้วแต่การออกแบบอยู่รอบๆ และรอบนอกสุดเป็นเฟืองวงแหวน 

การเปลี่ยนอัตราทดทำได้โดยการส่งกำลังไปขับหรือหมุน เฟืองเกียร์ตัวใดตัวหนึ่งและจับยึดตัวหนึ่งไม่ให้หมุน เฟืองตัวที่เหลือจะเป็นเฟืองตามเป็นอัตราทดหนึ่ง

นับตั้งแต่เริ่มแรกเกียร์อัตโนมัติก็มีการพัฒนาเพิ่มตำแหน่งเกียร์ให้มีหลายอัตราทดมากขึ้น จาก 2 ,3และ 4 เกียร์เดินหน้า หรือนิยมเรียก Speed ล่าสุดเพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง รถรุ่นใหม่ๆจะมีถึง 6,7,8 และ 9 สปีด เพื่อช่วยให้รถมีอัตราเร่งที่ดีเพราะไม่สูญเสียกำลังจากการ”ดร็อป”ของรอบเครื่องยนต์ เหมือนเกียร์รุ่นเก่า เพราะความต่อเนื่องของอัตราทดจากเกียร์หลายสปีด

ด้วยความคิดเพื่อประหยัดพลังงานให้มากขึ้น นำไปสู่การพัฒนาเกียร์อัตโนมัติยุคใหม่ซึ่งมีหลายรูปแบบ ที่ใช้กันแพร่หลายเริ่มจาก “DCT”

 เกียร์อัตโนมัติ ดูอัล คลัทช์ DCT (Dual Clutch Transmission)

ในทางเทคนิคเกียร์ DCT จะมีลักษณะใกล้เคียงกับเกียร์แมนนวล มีคันเกียร์แบบเดียวกัน แต่ในเกียร์จะมีเพลาที่รับการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ (Input Shaft) สองอันเนื่องจากใช้คลัทช์สองชุด โดยคลัทช์ชุดแรกจะทำงานสำหรับการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ 2,4และ คลัทช์ฃุดที่สองทำงานในเกียร์ 1,3 และ เฟืองเกียร์จะไม่ใช้แบบแพลเนททารี่

คลัทช์จะถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ โดยในรถยังคงมีแป้นเหยียบสองอันคือเบรกกับคันเร่งตากปกติของรถเกียร์ออโต้ การเปลี่ยนเกียร์จะทำล่วงหน้า โดยในชณะรถวิ่งอยู่ในเกียร์ เกียร์ จะเข้ารอไว้แล้วแต่คลัทช์ของเกียร์ ยังอยู่ในจังหวะฟรี(เหมือนการเหยียบคลัทช์)จนถึงรอบเครื่องยนต์ที่กำหนดคลัทช์จึงถูกปล่อย เปลี่ยนเกียร์ และเข้าเกียร์ รอวนไปมาอยู่แบบนี้ตลอดเวลา การเปลี่ยนเกียร์จะทำได้อย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาทีเกินกว่าที่คนจะทำได้ ในชณะคนขับเลือกการใช้งานใน Mode อัตโนมัติหรือ Auto Mode และในเกียร์แบบนี้ยังเลือกที่จะเปลี่ยนเกียร์เองก็ได้ ด้วยการขยับคันเกียร์หรือใช้การกดปุ่มบนพวงมาลัยที่มีในรถบางรุ่น

ข้อดีของเกียร์อัตโนมัติแบบ DCT ยังช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานคือความรวดเร็วฉับไว และการส่งแรงบิดได้เต็มที่ไม่มีปัญหาการสลิปจนสูญเสียกำลังเหมือนในเกียร์อัตโนมัติแบบเก่า ทำให้มีรถหลายโรงงานที่นิยมใช้ เช่นVolkswagen BMW Ford Honda

ผู้ขับอาจจะมีความรู้สึกที่แตกต่างและไม่คุ้นเคยกับสภาพการทำงานของเกียร์แบบ DCT เฃ่นอาจมีเสียงดังหรือการเปลี่ยนเกียร์ที่กระชากรุนแรง ซึ่งทางบริษัทก็กำลังปรับปรุงให้มีความทันสมัยกว่านี้และผู้ใช้จะพอใจในเรื่องของความประหยัดเชื้อเพลิงที่วันนี้ก็เหนือกว่าในรถเกียร์แมนน่วลแล้ว 

 

 

เกียร์อัตราทดต่อเนื่อง CVT Continuously Variable Transmission

เกียร์แบบอัตราทดต่อเนื่องหรือ CVT (Continuosly Variable Transmission)จะมีความแตกต่างตรงที่ไม่ได้ใช้เฟืองเกียร์ แต่จะใช้สายพาน หรือโซ่ ในการส่งกำลังระหว่างพูลเล่สองอัน คือพูลเล่ตัวขับกับตัวตาม พูลเล่ที่ออกแบบเฉพาะให้สามารถเปลี่ยนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ โดยเมื่อตัวขับเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กตัวตามใหญ่จะเป็นอัตราทดสูง หากกลับกันจะเป็นอัตราทดต่ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากันก็เท่ากับอัตราทด 1:1 อัตราทดสามารถแปรผันได้จากการออกแบบให้พูลเล่เป็นรูปทรงกรวยสองอันประกบกัน และสามารถสไลด์เข้ามาชิดกันหรือออกห่างบนแกน ในจังหวะออกห่างเส้นผ่าศูนย์จะลดขนาดลง เมื่อเข้ามาเส้นผ่าศูนย์กลางจะเพิ่มขนาดขึ้น การควบคุมทำได้โดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือใช้ตุ้มน้ำหนักเป็นตัวถ่วงให้เกิดแรงผลักดันจากแรงเหวี่ยงแบบหลังนี้จะนิยมใช้ในมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก

ข้อดีของเกียร์ CVT คือการมีอัตราทดต่อเนื่อง ในช่วงการทำงานจะทำให้รอบเครื่องยนต์อยู่ช่วงที่ให้ประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ให้แรงบิดสูงสุดมีผลต่อการเร่งออกตัวการเร่งแซง และประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด แต่คนขับอาจรู้สึกเหมือนรอบเครื่องไม่เปลี่ยนและขาดอรรถรสในการขับขี่ไปพอสมควร เมื่อเทียบกับระบบเกียร์แบบอื่นๆ

เครดิตภาพ : car advice, bmw blog

 

CR. www.car2day.com 

Source : http://www.car2day.com/?p=6392

 

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

บริษัท แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด

จากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญด้านประกันภัยมามากกว่า 8 ปี

"คิดถึงประกันภัย คิดถึงแมกซี่"

 

ติดตามข่าวสารได้ที่

Line: @maxibroker
FB:maxibroker
Tel.027938888(Bangkok)

Tel.076201945-948(Phuket)            

วันที่: 27/11/2017

ผลิตภัณท์ของเรา